รางจืด

ราชาเเห่งการถอนพิษ

รางจืด

มีลักษณะเป็นไม้เลื้อย มีเถาสีเขียวอมน้ำตาล รูปร่างค่อนข้างกลม ใบรางจืดเป็นรูปไข่ โคนใบมน ความกว้างของใบประมาณ 4-11 เซนติเมตร ยาว 10-16 เซนติเมตร ขอบใบค่อนข้างเป็นเหลี่ยม ปลายใบแหลม เรียว แผ่นใบหนา มันปลาบ ก้านใบยาว 1-6 เซนติเมตร กลีบดอกรางจืดมีสีม่วง ลักษณะเป็นรูปกรวย กลีบเลี้ยงเกลี้ยง ปลายกลีบแยกเป็น 5 แฉก แต่ละแฉกเป็นรูปไข่ ปลายมน โดยหลอดด้านในมีสีเหลือง มีเกสรเพศผู้ 4 อัน ส่วนผลของรางจืดเป็นรูปทรงกลมคล้ายหลอด ปลายฝักแหลมและโค้งเล็กน้อยเป็นจะงอยปากนก ฝักอ่อนมีสีเขียว พอแก่สีจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอมดำ ถ้าแก่เต็มที่ฝักจะปริออกเป็น 2 ซีก

รางจืด ในบ้านเรามีชื่อเรียกที่หลากหลาย อาทิเช่น ว่านรางจืด กำลังช้างเผือก ขอบชะนาง เครือเขาเขียว ยาเขียว คาย รางเย็น ดุหว่า ทดพุด น้ำนอง ย่ำแย้ แอดแอ รางจืดเถา หรือหนามแน่ เป็นต้น มีชื่อภาษาอังกฤษว่า laurel clock, blue trumpet vine หรือ laurel-leaved thunbergia และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Thunbergia laurifolia Linn.

สรรพคุณ

แก้ไข้ :

ตามตำรับยาสมุนไพรไทยรางจืดถูกนำมาปรุงเป็นยาเขียวแล้วดื่มเพื่อลดไข้ เนื่องจากรางจืดเป็นสมุนไพรที่มีรสเย็น

ล้างพิษยาฆ่าแมลง ยาเบื่อ :

จากงานวิจัยในหนูทดลองที่พบว่า สารสกัดด้วยน้ำของใบรางจืดมีฤทธิ์ต้านสารพิษพาราควอตได้ โดยทำให้อัตราการตายของหนูทดลองลดลง หมอพื้นบ้านจึงมักนำใบรางจืดสดมาคั้นน้ำให้ผู้ป่วยที่กินยาฆ่าแมลงดื่มโดยเร็วที่สุด เป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการศึกษาว่า หนูทดลองที่กินผงจากรากรางจืดผสมกับน้ำยาสตริกนิน ไม่เป็นอันตรายใด ๆ แสดงให้เห็นว่าผงจากรากรางจืดสามารถช่วยดูดซับสารพิษชนิดนี้ไว้ได้ อย่างไรก็ตาม การจะนำมาใช้ในคนต้องมีการศึกษาถึงปริมาณที่เหมาะสมต่อไป

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้แนะนำวิธีใช้รางจืดขับสารพิษจากยาฆ่าแมลงหรือ สารกำจัดศัตรูพืช โดยนำใบสด 5-7 ใบ คั้นกับน้ำ 1 แก้ว (250 มิลลิลิตร) รับประทานก่อนอาหาร 3 เวลา ต่อเนื่อง 7 วัน ที่แนะนำให้ใช้เพียง 7 วัน เพราะรางจืดมีฤทธิ์เย็น เมื่อกินติดต่อกันอาจทำให้ระบบในร่างกายเสียสมดุลได้

แก้ท้องเสีย ท้องร่วง :

สามารถมาใช้แก้อาการท้องร่วง ท้องเสียได้ เพราะรางจืดมีฤทธิ์ถอนพิษผิดสำแดงหรือพิษอื่น ๆ

แก้ลมพิษ ผื่นแพ้ :

รางจืดเป็นสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ได้มีการศึกษาว่า รางจืดมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบได้ดีเท่ากับยาสเตียรอยด์ หมอยาพื้นบ้านจึงนิยมใช้รางจืดรักษาอาการผด ผื่นคันจากอาการแพ้ต่าง ๆ ลมพิษ แมลงสัตว์กัดต่อย เริม งูสวัด

รักษาสะเก็ดเงิน :

จากงานวิจัยพบว่าน้ำหมักชีวภาพสมุนไพรรางจืดที่หมักนาน 6 เดือนขึ้นไป นำมารักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน โดยนำมาทาบริเวณที่มีตุ่ม ผื่นแดง อักเสบ หลังอาบน้ำวันละ 2 ครั้ง สามารถช่วยให้บรรเทาอาการอักเสบลงได้ และเมื่อไม่มีอาการกำเริบก็สามารถนำน้ำหมักชีวภาพสมุนไพรรางจืดมาทาหลังอาบน้ำวันละ 1 ครั้ง จะช่วยป้องกันไม่ให้โรคกลับมากำเริบอีก

ช่วยแก้เมา-เลิกเหล้า :

จากการศึกษาฤทธิ์ของรางจืดในการต้านพิษแอลกอฮอล์ต่อตับ โดย คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  พบว่า สารสกัดด้วยน้ำของรางจืด ช่วยป้องกันการตายของเซลล์ตับจากพิษของแอลกอฮอล์ในหลอดทดลองและในหนูทดลองที่ได้รับแอลกอฮอล์ โดยทำให้ค่า AST, ALT ในพลาสมาและไตรกลีเซอไรด์ในตับลดลง และลดการเปลี่ยนแปลงสภาพทางจุลพยาธิวิทยาของตับ เมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ได้รับแอลกอฮอล์อย่างเดียว

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เผยสรรพคุณของรางจืดที่ช่วยบำรุงดูแลตับและช่วยลดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจได้ โดยจากการให้อาสาสมัครดื่มน้ำสกัดจากใบรางจืด 15 นาที ก่อนดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า สารสกัดรางจืดช่วยลดปริมาณแอลกอฮอล์ได้จากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ใช้รางจืดในการต้านพิษสุรา เช่น ช่วยลดอาการเมาเหล้า และช่วยลดอาการแฮงก์หลังดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

นอกจากนี้ การศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ศึกษาฤทธิ์ของรางจืดต่ออาการขาดเหล้าพบว่า สารสกัดรางจืด ช่วยลดภาวะซึมเศร้า และมีส่วนทำให้พฤติกรรมที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของหนูเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี โดยไม่มีผลลดความวิตกกังวล ทว่าสารสกัดรางจืดช่วยลดการถูกทำลายของเซลล์ประสาทในหนูเนื่องจากขาดเหล้าได้

ช่วยเลิกยาเสพติด :

ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดรางจืดต่อเซลล์สมอง พบว่า รางจืดมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทคล้ายกับสารเสพติดประเภทแอมเฟตามีนและโคเคน โดยมีฤทธิ์เพิ่มการหลั่งสารโดพามีนเช่นเดียวกับการออกฤทธิ์ของยาเสพติดดังกล่าว ฉะนั้นการให้ผู้ป่วยติดยาเสพติดได้รับการรักษาด้วยสารสกัดจากรางจืด อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความพึงพอใจเช่นเดียวกับการใช้สารเสพติด ดังนั้น รางจืดอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาอาการติดยาเสพติดด้วยสมุนไพรไทย

แก้ปวดบวม :

ตำรับยาพื้นบ้านนิยมนำใบรางจืดมาตำแล้วพอกบริเวณที่ปวดหรือบวม โดยสารในใบรางจืดจะช่วยลดอาการอักเสบที่เป็นต้นเหตุของอาการปวด บวม รวมไปถึงอาการปวด บวม จากสัตว์มีพิษ ใบรางจืดก็จะช่วยถอนพิษร้ายให้

แก้ร้อนในกระหายน้ำ :

รากและเถาของรางจืดจึงมีสรรพคุณแก้ร้อนใน กระหายน้ำได้ เนื่องจากเป็นสมุนไพรมีฤทธิ์เย็น

แก้ประจำเดือนไม่ปกติ บำรุงสตรีหลังคลอด :

ตำรับยาไทยใช้รางจืดแก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ และใช้บำรุงสตรีอยู่ไฟให้มีสุขภาพดีขึ้น

ช่วยลดความดันโลหิต :

สารสกัดด้วยน้ำของใบรางจืดแห้งสามารถทำให้ความดันโลหิตลดลงได้  อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเป็นการศึกษาในขั้นตอนของสัตว์ทดลองเท่านั้น จึงยังไม่ควรใช้รางจืดเพื่อหวังผลลดความดันโลหิตแต่เพียงอย่างเดียว

วิธีใช้

วิธีใช้รางจืดล้างพิษ กรณีมีอาการจากพิษรุนแรง

ใช้ใบสด 10-12 ใบ ตำคั้นน้ำซาวข้าวประมาณ 1/2-1 แก้ว ดื่มเมื่อมีอาการ

ใช้ใบแห้ง 300 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร ต้มดื่มครั้งละ 1 แก้ว

กินรางจืดแคปซูล ครั้งละ 4 แคปซูล ก่อนอาหาร 3 มื้อ จนกว่าอาการจะดีขึ้น

วิธีใช้รางจืดแก้ร้อนใน ถอนพิษไข้ ถอนพิษสุรา สารตกค้าง

ใช้ใบสด 4-5 ใบ ตำคั้นน้ำ หรือใช้ผงยารางจืด 1.5-3 กรัม กินก่อนอาหาร 3 มื้อ หรือเมื่อมีอาการ ใช้จนกว่าจะดีขึ้น หรือไม่เกิน 1 สัปดาห์ เนื่องจากยามีฤทธิ์เย็น อาจมีผลต่อระบบการไหลเวียนโลหิต

วิธีใช้รางจืดขับสารพิษจากยาฆ่าแมลง หรือสารกำจัดศัตรูพืช

ใช้ใบสด 5-7 ใบ คั้นกับน้ำ 1 แก้ว (250 มิลลิลิตร) รับประทานก่อนอาหาร 3 เวลา ต่อเนื่อง 7 วัน ที่แนะนำให้ใช้เพียง 7 วัน เพราะรางจืดมีฤทธิ์เย็น เมื่อกินติดต่อกันอาจทำให้ระบบในร่างกายเสียสมดุลได้

อาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องการใช้รางจืด ก็สามารถใช้รางจืดได้

กินใบรางจืดสด โดยล้างใบรางจืดให้สะอาดก่อนนำมาเคี้ยวสดครั้งละ 4-5 ใบ

ใบรางจืดชนิดชาชงให้ใช้รางจืดครั้งละ 2-3 กรัม ชงกับน้ำร้อน 120-200 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร หรือเมื่อมีอาการ

 ต้มสมุนไพรรางจืดดื่มน้ำ โดยนำใบรางจืดแบบสด จำนวน 5-7 ใบ ล้างให้สะอาด แล้วต้มในน้ำเต็มกา ดื่มขณะอุ่น ครั้งละ 1 แก้ว วันละ 4-5 ครั้ง

รางจืดชนิดแคปซูล รับประทาน 500-1,000 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร ทั้งนี้ อย่าลืมอ่านคำแนะนำและวิธีกินในเอกสารกำกับยา

ข้อควรระวัง

* ไม่ควรกินรางจืดติดต่อกันเกิน 30 วัน เพราะอาจทำให้ร่างกายเกิดความเย็น มือ-เท้าชา เลือดลมเดินไม่สะดวก เนื่องจากรางจืดมีฤทธิ์เย็น ขณะเดียวกันบางงานวิจัยยังพบผลข้างเคียงจากการกินรางจืดในปริมาณมาก ๆ อาจทำให้ระบบเลือด ตับ ไต ทำงานผิดปกติได้

* กรณีรับประทานเพื่อล้างพิษในร่างกาย อาจรับประทานเฉพาะเวลามีอาการ เมื่อหายแล้วจึงหยุด หรือรับประทานรางจืดสัปดาห์ละ 2 วัน ไม่ควรกินติดต่อกันทุกวัน

* ห้ามใช้ในผู้มีประวัติแพ้รางจืด

* ไม่ควรกินรางจืดแบบเข้มข้นในผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟาริน

* ควรระวังการใช้รางจืดในผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ โรคหอบหืด และหญิงตั้งครรภ์

* ควรระวังในการใช้รางจืดในผู้ป่วยเบาหวาน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจนเป็นอันตราย และมีอาการชาตามมือ-เท้า

* รับประทานรางจืดให้ห่างจากยาอื่น ๆ อย่างน้อย 2 ชั่วโมง

* หากมีโรคประจำตัวหรือต้องรับประทานยาเป็นประจำทุกวัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินรางจืด เพราะรางจืดอาจเร่งการขับยาเหล่านั้นออกจากร่างกาย ทำให้ประสิทธิผลของยาลดลง